ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภากำหนดคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2563 เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิรางวัลคุรุสภาที่ให้รางวัลแก่สมาชิกคุรุสภาผู้ปฏิบัติงานมีผลงานดีเด่น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพดีเด่นในเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมขวัญ และกำลังใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีผลงานดีเด่น ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับรางวัลได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาชีพ

          รางวัลคุรุสภา แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ “ระดับดีเด่น” จำนวน 9 รางวัล รางวัลที่จะได้รับ ประกอบด้วย  โล่ประกาศเกียรติคุณ เข็มทองคำ “คุรุสภาสดุดี” เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท และ “ระดับดี” จำนวน 18 รางวัล รางวัลที่จะได้รับ ประกอบด้วย เข็ม “คุรุสภาสดุดี” เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท รวมจำนวน 27 รางวัล

          คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับรางวัลคุรุสภา จะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีระยะเวลาการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยปฏิบัติงานในประเภทที่ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ออกประกาศ ไม่เคยได้รับรางวัลคุรุสภา ระดับดีเด่น
ในประเภทเดียวกันมาก่อน ไม่เคยกระทำความเสื่อมเสียใด ๆ อันเป็นการบกพร่องในศีลธรรมอันดี และการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และไม่อยู่ระหว่างการถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ถูกดำเนินการทางวินัยหรือเป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินแล้วก็ตาม รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

          เกณฑ์การพิจารณา จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 และข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ได้แก่  1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ   2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน  และ  3) มาตรฐานการปฏิบัติตน (จรรยาบรรณของวิชาชีพ) และต้องเป็นผู้ที่จัดการเรียนรู้ จัดการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

          การเสนอผลงานหรือเสนอชื่อ มี 2 วิธี คือ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 4 ประเภท เสนอผลงานด้วยตนเอง หรือได้รับการเสนอชื่อจากบุคคลอื่น โดยเสนอผลงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นรับรอง

          การเสนอผลงาน

  1. ­ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ (ส่วนภูมิภาค) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สถาบันวิทยาลัยชุมชน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (โรงเรียนกีฬาจังหวัด) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (เฉพาะศึกษานิเทศก์) ส่งผลงานได้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
  2. ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ (ในกรุงเทพมหานคร) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 และเขต 2 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เฉพาะในกรุงเทพมหานคร) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
    การอาชีวศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (เฉพาะศึกษานิเทศก์) ส่งผลงานได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
  3. ผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ส่งผลงานได้ที่หน่วยงานต้นสังกัดของตน

วิธีการคัดเลือก

  1. การคัดเลือกครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์

                   1) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ให้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน โดยให้มีผู้แทนจากทุกสังกัดร่วมเป็นกรรมการ พิจารณาคัดเลือกผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพทุกสังกัด ได้แก่ ครู จำนวน 3 คน ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน และศึกษานิเทศก์ จำนวน 1 คน ในจังหวัด รวมจำนวน 5 คน เสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อทราบ และส่งรายชื่อผู้สมควรได้รับรางวัลไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 บันทึกข้อมูลผู้ที่ได้รับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2563 ลงในระบบ “ยกย่องวิชาชีพงานรางวัลคุรุสภา” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ในระบบ tepis2.ksp.or.th

                   2) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (แทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน โดยให้มีผู้แทนจากทุกสังกัดร่วมเป็นกรรมการพิจารณาคัดเลือกผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพทุกสังกัด ได้แก่ ครู จำนวน 3 คน ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน และศึกษานิเทศก์ จำนวน 1 คน รวมจำนวน 5 คน เสนอภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

  1. การคัดเลือกผู้บริหารการศึกษา ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา คัดเลือกจำนวน 5 คน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คัดเลือกจำนวน 10 คน และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร คัดเลือกจำนวน 2 คน เสนอสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้ การคัดค้านให้เป็นไปตามวิธีการที่หน่วยงานคัดเลือกกำหนด

          สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะประกาศผลการคัดเลือกภายในเดือนธันวาคม 2563 คำวินิจฉัยของหน่วยคัดเลือกถือเป็นที่สุด และกำหนดมอบรางวัลในงานวันครู พ.ศ. 2564 ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกหากมีพฤติกรรมเสื่อมเสียต่อวิชาชีพหรือขัดต่อจรรยาบรรณของวิชาชีพ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีสิทธิเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้ได้รับรางวัล หรือเรียกรางวัลคืน แล้วแต่กรณี

          สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th และสอบถามได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องวิชาชีพ โทร. 0 2282 3154 หรือ 0 2281 4843

 

 

แบบรายงานประวัติและผลงาน ขอรับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2563

 

แบบสรุปชื่อผลงานของผู้ที่จะขอรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2563