ว่าที่ร้อยตรี ดร. ธนุ  วงษ์จินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภา ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เตรียมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2564 ทั่วประเทศไทย

          ในการนี้ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เตรียมชี้แจงหลักเกณฑ์การคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2564 โดยการมีส่วนร่วมสรรหาครูผ่านความร่วมมือของกลไกระดับจังหวัด

          สำหรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) เป็นรางวัลที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้แก่ครูผู้มีความทุ่มเทเสียสละตนจนสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ และมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการศึกษา จาก 11 ประเทศในอาเซียนและติมอร์-เลสเต โดยมีพิธีพระราชทานรางวัลแล้ว 3 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558 วันที่ 11 ตุลาคม 2560 และวันที่ 14 ตุลาคม 2562

          ในการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2564 สำหรับประเทศไทย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการคัดเลือกครู จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

          ทั้งนี้ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้แจ้งประกาศมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2564 (ประเทศไทย) ไปยังศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ในการสรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีครั้งนี้ โดยจัดการประชุมชี้แจงแนวทางในการสรรหาและคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 – 13. 45 น. ณ โรงแรมรอยัล ซิตี้ กรุงเทพมหานคร

          คุณสมบัติของผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี 2564 (ประเทศไทย) มีดังนี้

          คุณสมบัติทั่วไป ประกอบด้วย 1) มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย 2) ปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 2.1) เป็น หรือเคยเป็นครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  2.2) เป็น หรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) มีประสบการณ์ปฏิบัติงานสอนอย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี นับถึงวันที่ออกประกาศนี้ 4) ปฏิบัติงานสอนอยู่จนถึงวันประกาศผลการพิจารณาตัดสิน ในกรณีที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีชั่วโมงสอนในรายวิชาอย่างต่อเนื่อง  และ 5) ไม่เป็นครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก

          คุณสมบัติเฉพาะ  ประกอบด้วย 1) เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์  และ 2) เป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา

          การสรรหา ให้องค์กรและบุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จำนวน 1 คน เสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง แล้วแต่กรณี ประกอบด้วย 1) เสนอชื่อโดยสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา  2) เสนอชื่อโดยสมาคม มูลนิธิ และองค์กรที่เป็นนิติบุคคลและมีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้  3) เสนอชื่อโดยศิษย์เก่า อายุ 25 ปี ขึ้นไป  4) เสนอชื่อโดยคณาจารย์ในระดับอุดมศึกษาที่เคยสอนมาก่อน และ 5) เสนอชื่อ โดยองค์กรภาครัฐและเอกชน ตามที่กำหนดในประกาศฯ

          การคัดเลือก มี 3 ขั้นตอน ดังนี้

          ขั้นตอนที่ 1 การคัดเลือกระดับจังหวัด และการคัดเลือกโดยองค์กรภาครัฐและเอกชน  ให้ดำเนินการคัดเลือกตามจำนวนที่กำหนด

          ขั้นตอนที่ 2 การคัดเลือกในส่วนกลาง คณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลางจะรับรายชื่อครูที่เสนอจากระดับจังหวัด และการคัดเลือกโดยองค์กรภาครัฐและเอกชน แล้วพิจารณากลั่นกรองเอกสารจากคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ให้ได้จำนวน 20 คน โดยพิจารณาจากเอกสาร หลักฐาน ศึกษาข้อมูลเชิงลึก และลงพื้นที่พิจารณาคัดเลือกเพื่อจัดลำดับผลการคัดเลือก แล้วคณะกรรมการวิชาการพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอรายชื่อครูต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ

          ขั้นตอนที่ 3 การพิจารณาตัดสิน คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พิจารณาตัดสินครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จำนวน 1 คน รางวัลคุณากร จำนวน 2 คน รางวัลครูยิ่งคุณ จำนวน 17 คน และรางวัลครูขวัญศิษย์ จากรายชื่อที่เสนอโดยคณะกรรมการวิชาการ และประกาศผลการตัดสินให้ทราบ    เป็นการทั่วไป การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ถือเป็นที่สุด

          สำหรับรางวัล ครูที่ด้รับการคัดเลือก จะได้รับรางวัล ดังนี้

          ครูผู้ได้รับคะแนนสูงสุด จากการตัดสินของคณะกรรมการฯ จะได้รับ “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี”

          ครูผู้มีคะแนนลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 จะได้รับ “รางวัลคุณากร”

          ครูผู้มีคะแนนลาดับที่ 4 ถึงลาดับที่ 20 จะได้รับ “รางวัลครูยิ่งคุณ”

          และครูที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด คณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง และการตัดสินจากคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จะได้รับ “รางวัลครูขวัญศิษย์”

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksp.or.th หรือเว็บไซต์มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี http://www.pmca.or.th