ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการออนไลน์ของคุรุสภา ประจำปี 2563 (KSP Webinar 2020) เรื่อง New Learning in Disruptive Era : การเรียนรู้ใหม่ในยุคพลิกผัน ผ่านทาง KSP Webinar 2020 ด้วยโปรแกรม ZOOM โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 10 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด  ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  บริษัท วิสดอมไวด์ จำกัด  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานเวิลด์ไดแด็ค เอเชีย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระหว่างวันที่ 19  – 20 กันยายน 2563 ณ หอสมุดคุรุสภา อาคารหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

          ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “โควิด-19”  คือตัวแปรสำคัญ  ในการปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้คนในทุกเพศทุกวัย และยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการเรียนรู้ เนื่องจากในวิกฤตครั้งนี้ได้นำพาผู้คนให้เข้าถึงโลกออนไลน์มากขึ้น เกิดการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย เพื่อให้รองรับการทำงานและการเรียนจากที่บ้าน ด้วยวิถีแบบใหม่นี้ จึงส่งผลให้องค์ความรู้ต่างถูกพัฒนาขึ้นไปอยู่บนระบบออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของคน ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ง่ายขึ้นในทุกที่ทุกเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการเปิดรับและพัฒนาการเรียนรู้ของแต่ละคนให้เท่าทันกับยุคใหม่ที่มีความผลิกผันให้เราต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา

            New Learning in Disruptive Era: การเรียนรู้ใหม่ในยุคพลิกผัน เป็นการเรียนรู้ใหม่ของทุกคน ที่มิใช่แค่ครูหรือผู้เรียน แต่รวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ที่ต้องร่วมกันเรียนรู้การจัดการศึกษาในรูปแบบใหม่ให้เข้ากับสภาวการณ์ในปัจจุบัน การเรียนรู้ทางไกลและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้จึงกลายเป็นความปกติใหม่ของการศึกษาไทย อาจกล่าวได้ว่า “การเรียนออนไลน์ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางออกหนึ่งของการศึกษาไทย” และได้กลายเป็น New Normal ของการศึกษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ แต่ทว่าการเรียนรู้แบบออนไลน์ก็ไม่ใช่แค่การสอนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่การเรียนรู้วิถีใหม่นี้ยังมีอีกหลายมิติให้เราต้องทำความเข้าใจให้กระจ่างชัด การเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเรียนรู้เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content) อำนวยความสะดวกการสอนได้แค่ปลายนิ้ว ทำให้เราสามารถเรียนรู้ทุกเนื้อหาได้จากทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการปฏิสัมพันธ์ของคุณครูและนักเรียนจะลดน้อยลง ชุมชนแห่งการเรียนรู้ยังมีอยู่ แต่เปลี่ยนพื้นที่จากโรงเรียนสู่โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น

            สำหรับการประเมินผลการเรียนของผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนจาก “การประเมินผลการเรียน” ไปสู่ “การประเมินผลเพื่อการเรียนรู้” นั่นคือการวัดผลลัพธ์ให้คุณครูเข้าใจว่าผู้เรียนเหมาะกับการเรียนรู้รูปแบบไหน และอะไรที่จะสามารถเติมทักษะที่คุณครูคาดหวังได้  ฉะนั้น เราควรจะต้องมีวิธีคิดในการออกแบบโดยให้น้ำหนักกับสิ่งที่สำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียน มากกว่าต้องเรียนรู้ตามหลักสูตรเดิม หรือเงื่อนไขที่ถูกกำหนดเพื่อตอบสนองนโยบายหรือแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น การปรับน้ำหนักในการประเมินผลควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง ในความคิดของผมแบ่งได้เป็น ๓ ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก ควรให้น้ำหนักกับการปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพระหว่างการเรียนรู้ของครูและนักเรียน มากกว่าจำนวนชั่วโมงที่นักเรียนอยู่ในห้องเรียน หรือเรียนผ่านสื่อออนไลน์ เพราะการเรียนรู้จะต้องทำรูปแบบผสมผสานทั้งเรียนในห้องเรียนและเรียนออนไลน์ ประเด็นที่สอง  ควรให้น้ำหนักกับการเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจและเชื่อมโยงกับความสนใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล มากกว่าการเรียนรู้ที่อิงตามมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งประเทศ ระดับนโยบายต้องให้ความสำคัญกับระดับพื้นที่ ระดับโรงเรียน ให้แต่ละพื้นที่มีวิธีประเมินเบื้องต้นของตนเอง ในรูปแบบของตนเอง ประเด็นที่สาม ควรให้น้ำหนักกับการประเมินผลแบบ Formative Assessment คือประเมินระหว่างจัดการเรียนรู้ของนักเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา จะเน้นที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มากกว่าแบบ Summative Assessment คือ การประเมินผลสรุป ซึ่งประเมินเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้เพื่อตัดสินคุณภาพ แนวทางการประเมินจะให้เป็นคะแนนและเกรด ทำให้เน้นเรื่องการจำแนกสติปัญญาของผู้เรียน แต่ไม่ได้มุ่งเน้นส่งเสริมผลลัพธ์ที่ดี

            การสร้างความปกติใหม่สามารถทำได้โดยเริ่มจากการปรับมุมมองของผู้กำหนดนโยบาย ปรับกระบวนการทำงานของบุคลากรทางการศึกษา สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ รวมถึง การถอดบทเรียนองค์ความรู้จากทั้งในและต่างประเทศที่มีตัวอย่างมากมายอยู่ในขณะนี้ ในยุคที่ต้องมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ การจัดงานประชุมทางวิชาการในวันนี้ถือเป็นการส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต/นักศึกษา และประชาชนผู้ที่สนใจ ได้มีโอกาสแสวงหาความรู้ เปิดโลกทัศน์ของการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งยุคดิจิทัล ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ ที่จะส่งผลให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้นำแนวคิด รูปแบบ วิธีการ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ได้รับจากกิจกรรมที่เข้าร่วมไปปรับประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมกับงานตามบทบาทภารกิจของตน

          กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเสวนาเรื่องต่างๆ เช่น เรื่อง การโค้ชเพื่อเสริมสร้างความเป็นมืออาชีพและสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในยุคเปลี่ยนผ่าน: Coaching for Enhancing Professionalism and Creating Transformational Change in Education  เรื่อง โรงเรียนแห่งความสุขปลอดภัยไร้รังแก (Bullying Free Zone for Well-Being School)  เรื่อง Interactive STEM Teaching Strategies for 21st Century เรื่อง ถอดรหัสนวัตกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ในยุคเปลี่ยนผ่าน และเรื่อง การสะท้อนคิดการเรียนรู้ผ่านงานวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน เป็นต้น นอกจากนี้ จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) ทางวิชาชีพและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับครู โดยมีหลักสูตรออนไลน์ (E-Learning) 8 หลักสูตร (หลักสูตรละ 3 ชั่วโมง) ซึ่งเริ่มเรียนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน – 21 ตุลาคม 2563

            สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้ว สามารถรับชมผ่านทางลิงค์ (Link) ที่ตอบกลับไปยังอีเมล์ และผู้ที่สนใจทั่วไป  สามารถรับชมถ่ายทอดสดผ่านทาง khurusapha YouTube Channel และ Fanpage Facebook “คุรุสภา” https://www.facebook.com/Khurusaphaofficial และสามารถรับชมเทปบันทึกภาพการประชุมวิชาการออนไลน์ของคุรุสภา ประจำปี 2563 ได้ทางเว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th

<center>