นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2565 พร้อมร่วมฟังการเสวนา “ความพร้อมในการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย” โดย ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย และ “คืนคุณภาพการศึกษาไทย แก้ไขปัญหา Learning Loss” โดย ดร.อัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นางสาวทรงศรี วิระรังษิยากรณ์ รองเลขาธิการสำนักงาน กศน. และ ดร.พีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการ กช. โดยมี ดร.วีระ แข็งกสิการ ในฐานะโฆษก ศธ. และนางสาวจงจิตร ฟองละแอ นักประชาสัมพันธ์ สป. เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ถ่ายทอดสดผ่าน ETV OBEC Channel, เพจ ตรีนุช เทียนทอง  ศธ.360 องศา และทุกองค์กรหลัก ณ โรงเรียนพญาไท สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565

          นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมความพร้อมในการเปิดเรียนปีการศึกษา 2565 ให้ดีที่สุด โดยมีเป้าหมายเปิดการเรียนแบบ On-Site ด้วยการสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชนถึงความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษา สร้างความไว้วางใจกลับคืนสู่สังคม (TRUST) ให้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาอย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในด้านความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกสังกัดเตรียมความพร้อมตามแนวทางการเฝ้าระวังสำหรับการเปิดเรียน On-Site ด้วยหลักการ “ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน” ซึ่งทุกสถานศึกษาต้องทำการประเมินตนเองในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียน นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ประเมินความเสี่ยงตนเองเป็นประจำ มีการตรวจคัดกรองเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม การฉีดวัคซีนให้กับครู บุคลากร ผู้ปกครอง และเด็กอายุ 5-18 ปี จัดให้มีการเร่งรัดจัดฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียนทุกคนที่มีความประสงค์จะเข้ารับการฉีดอย่างครอบคลุมและทั่วถึง  โดยศึกษาธิการจังหวัดประสานกับสาธารณสุขจังหวัดในการเร่งฉีดวัคซีน รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ ทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรการสร้างความปลอดภัย 6-6-7 อย่างเคร่งครัด ทั้งการบริหารจัดการภายในห้องเรียน ภายในโรงเรียน และบริเวณโดยรอบโรงเรียน มีการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ มีการซักซ้อม รวมถึงการเตรียมพร้อม School Isolation สิ่งสำคัญคือ ต้องทำความเข้าใจในชุมชน และสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกันอย่างเข้มแข็ง หากมีความเสี่ยงหรือความไม่ปลอดภัยใด ๆ เกิดขึ้น สามารถแจ้งเหตุผ่าน MOE Safety Center ซึ่งต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โรงเรียนไม่จําเป็นต้องปิดการเรียนการสอนแม้จะพบการติดเชื้อในโรงเรียน แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามแผนเผชิญเหตุ อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว เพราะเป้าหมายสำคัญ นักเรียนควรได้รับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ที่โรงเรียน และลดปัญหาการเกิดภาวะการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss)

           รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การสร้างความมั่นใจต่อคุณภาพทางการศึกษาในช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยเกิดขึ้นกับนักเรียนในทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งในปีการศึกษา 2565 กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นให้เป็น “ปีแห่งการเสริมสร้างการศึกษา” เพื่อเดินหน้าแก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้อย่างจริงจัง โดยเร่งฟื้นฟูการเรียนรู้ช่วงที่สูญเสียไปให้คืนกลับมาเร็วที่สุดอย่างเป็นระบบ ด้วยการนำ      แนวทางการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้ความสำคัญต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อการขับเคลื่อนการเรียนการสอนใน 3 มิติ คือ การเสริมสร้างความรู้ การสร้างทักษะที่เข้มข้น ส่งเสริมทักษะชีวิตหรือทักษะทางสังคม โดยจะมีการเตรียมความพร้อมหรือการปรับพื้นฐานก่อนเรียน เพื่อนค้นหาช่องว่างของนักเรียน  ในการออกแบบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสม ด้วยการประเมินความพร้อมก่อนการเรียนใน        ทุกระดับชั้น เพื่อรับทราบถึงสถานะ หรือช่องว่างทางการเรียนรู้ ซึ่งครูจะได้เตรียมเนื้อหาการเรียนการสอนที่สามารถเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาดำเนินการปรับพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนก่อนเปิดภาคเรียนหรือภายหลังการเปิดภาคเรียนแล้ว

          สำหรับครูทุกสังกัด จะได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งการจัดสวัสดิการความปลอดภัย สร้างขวัญและกำลังใจแก่ครูและบุคลากรของสถานศึกษา ซึ่ง ศธ.พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาคุณครูให้มีทักษะการสอนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้าน Digital Literacy ให้มีความสามารถในการปรับช่องว่างทางการเรียนรู้และทักษะของนักเรียน และสามารถวิเคราะห์เพื่อวางแผนการสอนที่เหมาะสม เน้นการสร้างคุณภาพทางการศึกษา เพื่อเป็นการสร้างรากฐานทางการศึกษา ที่ต้องนำพาผู้เรียนไปสู่การเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต รองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในศตวรรษที่ 21 และสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต นับเป็นจังหวะและโอกาสที่ดี     ที่ครูทุกคนจะได้เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ รวมถึงการเปิดกว้างทางความคิด ในการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนควบคู่เรียนรู้การปรับตัว ภายใต้บริบทแวดล้อมทางสังคมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีผลกระทบต่อการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้ครูและนักเรียนสามารถประยุกต์ใช้และมีความสามารถที่พัฒนาขึ้นตามลำดับ ขณะเดียวกันการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโครงการพาน้องกลับมาเรียน หรือการพาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับคืน           สู่ห้องเรียน ยังคงดำเนินควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งวางแผนป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบอีกครั้ง ด้วยโครงการ “อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ควบคู่ไปกับการแนะแนวการศึกษาต่อนอกระบบ สำหรับเด็กที่ไม่ประสงค์จะกลับเข้าระบบ

          รมว.ศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ทางองค์การค้าของ สกสค. ได้นำสินค้าเกี่ยวกับนักเรียนมาลดราคาเป็นกรณีพิเศษ ใน Campaign “ช้อปเพลิน ๆ รับเปิดเทอมกับ ศธ.” โดยหาซื้อได้ที่ร้านศึกษาภัณฑ์พานิชย์ทุกสาขา หรือผ่านระบบออนไลน์ และร้านที่เป็นคู่ค้าหรือตัวแทนจำหน่ายขององค์การค้าฯ ทุกภาคทั่วประเทศ และร้านค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะมีตราสัญลักษณ์ติดแสดงที่หน้าร้าน ซึ่งมีสินค้าหลายรายการ อาทิ เครื่องแบบนักเรียน ลดราคา 50% อุปกรณ์ เครื่องเขียน มีส่วนลดที่มอบให้ ตั้งแต่ 10-20% คู่มือคุณครูลด 30% เป็นต้น